สวัสดีครับทุกคน จู่ๆระหว่างนั่งรถกลับบ้าน ผมก็มองดูถนน รถยนตร์ ท้องฟ้า  ตามปรกติ  ผมก็แอบนึกขึ้นมาว่า  สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรนะ?   มันมาได้อย่างไรนะ  แท่งเหล็กเหล่านั้น อิฐนู้น มากมายก่ายกองที่ผมคิดขึ้นมา    ผมกลับมคิดว่ามนุษย์ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆที่สรรค์สร้างสิ่งต่างขึ้นมาได้จากธรรมชาติ  จริงๆแล้วอาจจะแค่จากเพียงดินด้วยซ้ำ   เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมาจากดิน ในความคิดผม...

    ในตัวผมมอเรื่องราวของดินลงไปว่า  มีทั้งแร่ธาตุมากมายทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ได้ เป็นที่ยืนหยัดของต้นไม้  สร้างภูเขา โอบอุ้มลำธารและท้องทะเล  มีหลายสิ่งอันจากในดินนี้เอง  แต่มนุษย์กลับน่าออัศจรรย์ใจกว่า   พวกเขาสามารถแยกแยะและพิเคราะห์ถึงสิงที่ดินควรจะเป็น ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง  ด้วยสัญลักษณ์และข้อความ หรือรูปภาพแทนความหมายที่เขาเข้าใจกันเองต่างๆ เขาก็สามารถเล่นแร่แปรธาตุธรรมชาติไปมา จนเกิดเป็นแร่ธาตุ  หรือองค์ประกอบใหม่ได้มากมาย  จนกระทั่งมันกลายเป็น  ปูน รถยนตร์   อะไรอีกหลายๆอย่าง ตามแต่พวกเขาจะทำได้  ตามแต่ขอบเขตของจินตนาการจะก้าวไปถึง.. พวกเขาเหล่านั้นจะสร้างเครื่องมือต่างๆนาๆขึ้นมาเพื่อให้ไปถึงฝันของพวกเขา

   กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนานหลายพันปี เหล่ามนุษย์ก็สรรค์สร้างอุปกรณ์และพัฒนา   ชีวิตความเป็นอยู่ของตนขึ้นมาเรื่อยๆ   โดยคงมีบางส่วนหรือลหายๆส่วนหลงลืมไปว่า...  ชีวิตที่เรามีได้ทุกวันนี้นั้นก็ได้หยิบยืมมากจากธรรมชาติทั้งนั้น  ต่างเผาผลาญพลังงานจนทำให้โอโซนที่ปกป้องเราอยู่พังทลายลงไป  ตัดไม้ทำลายป่าเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม...  ทำร้ายสภาพแวดล้อมทั้งางตรงและทางอ้อม   เน้นการแปรรูป....  แต่กลับหลงลืมไปเสียว่า  หากจะแปรรูปแล้ววัตถุดิบที่ไหนเล่าที่เขาเหล่านั้นจะเอามาใช้สอยในปริมาณมากขนาดถึงตั้งโรงงานได้...  ก็จากธรรมชาติอีกนัน่แหละ  มีแต่คนขูดรีดผลประโยชน์จากธรรมชาติ  แม้จะมีส่วนน้อยที่ร่วมรักษา  แต่ก็กลายเป็นว่าเหมือนเป็นแหล่งอาหารให้พวกนายทุน  หรือเป็นเหยื่อของระบบทุนนิยมที่มีแต่การนำผลประโยชน์มาหมุนเวียน...(โดยที่ธรรมชาติไม่ได้หมุนด้วยเลย)

   แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ลืมนึกถึง... ผู้สรรค์สร้างตัวเล็กๆที่เหล่ามนุษย์ต่างพากันรังเกียจ(ส่วนใหญ่) เหล่าแบคทีเรียทั้งหลายนั่นไง!  อย่าลืมสิ... แค่เพียงดินไม่สามารถสร้างน้ำมันหรือแร่ธาตุได้หรอกนะ  ด้วยซากสัตว์และสิ่งต่างๆที่เน่าสลายลง  เหล่าแบคทีเรียจะคอยย่อยและสลายแปรรูปเป็นประโยชน์กลับมาใช้ได้อีกครั้งนึง   เหมือนกับในร่างกายเราเช่นกัน  ที่มีแบคทีเรียอยู่ในลำไส้เพื่อช่วยย่อยอาหาร  ถ้าไม่มีเลยเราก็คงตายไปแล้ว  เพราะกลไกร่างกายของรเาไม่สามารถทำทุกอย่างเองได้หรอก  มันหนักเกินไป  แบคทีเรียก็ไม่ได้มีแต่สร้างปัญหานะเอ้อ.. เขาคือผู้สร้างของผู้สร้างอีกทีเลยล่ะ  ผมว่านะ  ถ้าไม่มีพวกเขา  พวกเราก็คงไม่มีเหล้กหรือแร่ธาตุต่างๆเหล่านี้  เพราะเขาเป็นผู้แปรรูปวัตถุดิบขั้นแรกอย่างไรล่ะ ^^

    คนเรามักมองข้ามสิ่งสำคัญจริงๆไปครับ  ผมว่า..  แม้มนุษย์เราจะสร้างได้ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ก็ล้วนแต่อาศัยสิ่งไม่มีชีวิตมาเป็นเครื่องมือทั้งนั้น  แล้วเครื่องมือเหล่านั้นได้มาจากไหนล่ะ???  ธรรมชาติอีกไม่ใช่เหรอ..  ทั้งๆที่เราเอามาจากสิ่งเหล่านั้นมากมายอยู่แล้ว  ทั้งๆที่มันสำคัญกับเรา      ทั้งๆที่เราจำเป็นต้องมีมัน.. แต่ทำไมเรากลับทำลายมันลงเรื่อยๆโดยมีแค่คำปลอบประโลมของการรณรงค์โดยมีข้อความสวยหรู  แต่ไม่มีใครเข้าใจอย่างนั้นหรือ???     ถนนก็สร้างเข้าไป  เมืองก็ขยายกันขึ้น....  ทำไมเราไม่รู้จักการอยู๋ร่วมกับธรรมชาติแทนการรุรานกันเล่า  ทำไมเราไม่อยู่กันแบบพอเพียง  เพราะมันจะเพียงพอต่อการดำรงเผ่าะพันธ์ของเราได้มากกว่าไอ้ระบบทุนนิยมบ้าๆที่ปั่นหัวคนด้วยเงินตรา และพาไปวอดวายในท้ายที่สุด  มีแต่ควาามโลภ  คามอยากได้เกินพอดี  ถ้าคนเรารู้จักหยุดคิดและใช้เหตุผลให้มากกว่านี้...  โลกนี้คงอยู่ไปได้นานขึ้น...   ด้วยฝีมือของผู้สร้างสรรค์ที่มีความคิด  มีสำนึก   มีมุมมองกว้างไกล   ที่สำคัญ  มีน้ำใจและเข้าใจครับ.....

 

    ขอให้ทุกคนกลับมาคิดนะครับว่าาถนนเนี่ยต้องถล่มภูเขากี่ลูก  ฝุ่นผงในอากาศเพิ่มเท่าไหร่ สุขภาพเสียแค่ไหน   ต้นไม้หายไปมากเท่าไหร่  ต้ำน้ำหาย  ที่ซับน้ำไม่มี  น้ำท่วม...  นี่ยังวไม่หมดนะครับแม้จะมาจากเรื่อง  "ถนน" อย่างเดียวก็เถอะ    ถ้าเป็ฯเรื่องกระดาษอีก  ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ   แล้วยิ่งพวกธรรมชาติที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นวัตถุที่ไม่อาจเปลี่ยนรูปคืนสู่ธรรมชาติได้   เช่นสารเคมี  กระป๋อง โฟม ฯลฯ  ตอ้งใช้เท่าไหร่ กี่สิ่งอันในการสร้าง...แต่มันกลับนำมาย้อนใหม่ใช้อีกครั้งได้อย่างยากลำบาก  แม้ในการรีไซเคิลก็ยังคงต้องมีการเพิ่มสารเคมีที่ต้องสร้างใหม่อีก.....

 

 

    วันนี้...   คุณมีแต่เพียงใช้..และทำร้ายธรรมชาติ.สุดท้ายลูกหลานคุณเอง(ไม่แน่ก็ตัวคุณ)ก็ต้องชดใช้อย่างขาดทุนถล่มทลาย     เราพร้อมหรือยังที่จะมีฟื้นฟูสำนึกแห่งการแบ่งปันและอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ของพวกเรา...    มาเถอะครับ  รักษาสภาพแวดล้มกันวันละนิด  เท่าที่ตัวเอง "สามารถ"    ทำได้ อย่าเพิกเฉยถ้าคุณสามารถแก้ไขได้  ก่อนที่มันจะสาย แล้วไม่มีทางหวนกลับมาอีกเลย....

 

    "พรุ่งนี้...  ก็สายเสียแล้ว"   อ.ศิลป์  พีระศรี

จำทำไม...

posted on 12 Jun 2009 17:42 by guitarcafe

 

  ขอเกริ่นสักนิดว่าเมื่่อวาได้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง รูมเมท มาครับ  หนังดีระดับนึงเลยทีเดียว  แต่ผมว่ามันสามารถทำให้พีคได้อีก(แอบอคติกับช่องเจ็ดตัวเก่าๆ แต่หลังๆเริ่มดีละ ตั้งแต่บีฟอร์วาเลนไทน์มา)ถ้าให้จีทีเฮชทำน่าจะสามารถดึงอารมณ์ได้มากกว่านี้  ผมค่อนข้าชอบนะ แต่ไม่เล่าเพิ่มล่ะ... เดี๋ยวจะสปอยล์หมด

 

   สาเหตุที่ชอบเพลงของเวอร์ชั่นหนังส่วนหนึ่งก็คงเพราะไปดูหนังมาแล้วได้อารมณ์ล่ะมั้งครับ ตรงกับหนังดี แล้วยิ่งเป็นผู้หญิงร้องมันรู้สึก.. "อ่อนแอ"  ครับ อ่อนแอจริงๆ ได้อารมณ์อ่อนไหว  สั่นเทา บาดลึก มากกว่าของต้นฉบับที่เน้นแมนหน่อย แต่ก็ดีไม่แพ้กัน แค่แสดงออกคนละแบบ   แมนๆ กับแบบ สาวน้อยผู้หวั่นไหวกับความรัก

 

   ผมก็เคยแอบกวนอารมณ์เพลงนี้เล็กน้อยกับคำถามของเขาที่ว่า  "จำทำไม"  เออสิ.. จำทำไม?  ไม่ได้อยากจำนี่ อะไรหลาๆยอย่างไม่อยากจะจำ  ยิ่งพยายามยิ่งจำแม่น เป็นกันไหมครับ?  จากการที่เรา "พยายาม" จะลืม กลายเป็นว่า เราไปโฟกัสให้ความสนรใจใสิ่งที่อยากลืมจนมันกลาเยป็นสิ่งที่ต้องจำแม้อยากจะลืม เพราะเราจำประเด็นได้ว่า  ...  อยากจะลืมเรื่อง "ที่อยากลืม" นั่นเอง

 

   หลายๆครั้งที่เราอยากจะลืมเพราะเรากลัวว่า... สิ่งที่เราเคยจำเกี่ยวกับความสุขทั้งหลายก่อนเรื่องเลวร้ายสุดแสนที่เราจะรู้สึกได้บังเกิดนั้นมันช่างสร้างความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงอันเจ็บปวดมากมาย  เหมือนกับคนที่เคยรักกันมาก คิดว่าเข้าใจกัน แล้วจู่ๆกลับกลายเป็นตรงกันข้ามแอบไปมีคนใหม่อย่างไงอย่างนั้น  เคยจำได้ว่าดีแค่ไหน   แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเปลีย่นไป..เพราะตัวเราเองหรือเปล่า?   ถึงแม้ไม่อยากจำ  แต่มันค้างคา  และสำคัญที่สุด...การสูญเสียที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น

 

    บางเรื่องที่ไม่อยากจำแม้เราไม่นึกถึงมัน.. แต่ด้วยกาลเวลาที่สั่งสมมานาน  อาจจะแค่ได้เจอบรรยากาศเดิมๆ หรือเพลงเก่าๆที่เคยมีความสำคัญในเหตุการณ์   เราก็คงเผลอนึกขึ้นมาได้อีกครั้งแม้เราไม่อยากจะจำ..  เพราะร่องรอยของความทรงจำที่เกิดขึ้นทุกแห่งที่เราไปพบเจอเหตุการณ์ไงล่ะครับ  ไม่ว่าดีหรือร้ายเราก็แอบจดจำไว้หมด  ไม่มากไม่มาย  แต่มีกลิ่นอายที่ไม่อาจลืม..

 

   "อยู่ตรงนี้  ทุกครั้งที่นอนเดียวดาย"      ยังอยู่ที่เดิมๆกับความทรงจำเดิมๆ..  ต่างกันตรงที่ว่า.. ตอนนี้มีฉันเพียงคนเดียว

 

     "แค่หลับตาก่อนนอนครั้งใด  ยังเห็นเธออยู่เธอยังไม่ลบเลือนไป"   ทุกครั้งที่หลับตาลง  ในความรู้สึกภาพความทรงจำเหมือนยังมีเธออยู่ข้างกาย  เหมือนเช่นที่เคยเป็น

 

   "จากวันนั้น วันนี้  ฉันไม่มีใคร   เก็บอาการซ่อนความเสียใจ   ยังรักเธออยู่อีกนานไหม?"   ตั้งแต่ครั้งนั้นมา  แม้ว่าฉันจะบอกเธอไปว่ามีคนมากมายมารายล้อม   แต่ฉันก็ยังไม่มีใคร  เพราะในใจยังเก็บเธอไว้พร้อมความปวดร้าวนั้น

 

      "รู้ทั้งรู้ว่ารักเธอคงไม่ย้อนมา"   รู้และเข้าใจดีว่าอย่างไรเธอก็ไม่กลับมาหาฉันอย่างแน่นอน

 

   "รู้ทั้งรู้ต้องใช้เวลาเพื่อลืมเธอ... เข้าใจ"    รู้ว่าเวลาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยเยียวยาวันคืนที่ดีที่เคยมีมา  ก็เข้าใจนะ..แต่..

 

       "แต่ทำไม ทำไมต้องจำ เมื่อเธอไม่คิดจริงใจ"  จะจำทำไมกับคนที่ไม่ได้จริงใจกับเราเหมือนอย่างที่เขาบอก

 

    "ทำไม ทำไม ความรักที่เธอนั้นลืมต้องเก็บมาคิดฟูมฟาย"  กับความัรกที่เทอไม่ได้ใส่ใจมันมีค่าแค่ไหนที่ฉันต้องมานั่งร้องไห้เสียใจมากมาย  ทำร้ายตัวเองผ่านกาลเวลาเช่นนี้

 

        "อะไร อะไร ยังย้อนเข้ามา  ทุกช่วงเวลา นั้นยังไม่เคยจางหาย"  ภาพวันเก่าๆ ในขณะที่เทอยังเป็นคนที่แสนดีของฉันกลับถาโถมเข้ามาในห้วงของความทรงจำตลอดเวลา

 

     "วันที่ฉันมี เธอ   ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่... ฉันลืมไม่ได้จริงๆ"   ในช่วงเวลาที่มีคำว่า "เรา" มีเธอเคียงคู่ฉัน และฉันเคียงคู่เธอ  แม้เวลาจะผ่านไปเท่าไหร ไม่ว่าอย่างไร   เรื่องของเธอฉันไม่อาจจะลืมมันได้เสียที

 

         "คนที่รักจริงจัง..  จะรักเพียงเธอ.. จนหมดหัวใจ.."  ฉันที่จริงจังจริงใจ และยังเชื่อมั่นในตัวเธอเสมอมา  หมดหัวใจ.. ฉันไม่เชื่อว่าเธอจะเปลี่ยนไป  

 

     "ฉันลืมไม่ได้...  จริงๆ"   แม้นานเท่าไหร่ แม้เธอจะมีใคร  แต่ฉันเชื่อว่า  สิ่งที่เกิดขึ้นในชช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นเรื่องจริง...   มันทำให้ฉันไม่มีทางเลยที่จะลบเลือนเธอออกไป...

 

  ผมว่าการที่เราจะจำอะไรดีๆหรือร้ายไม่ใช่เรื่องผิดครับ  เรื่องดีๆจำไว้เป็นความสุข  เรื่องร้ายๆจำไว้เป็นบทเรียนในการรับมือกับปัญหา  อย่าทอดทิ้งประสบการณ์  คุณก็แค่ต้องพยายามเรียนรู้ที่จะอยู๋กับมันให้ได้  เพราะถ้าอยากลบความทรงจำที่อยู่ในสมองไปจริงๆแล้วล่ะก็.. คงไม่วายต้องถอดสมองทิ้งกันล่ะครับ..  มันมีค่าเท่ากับตายเลยนะ  ไม่คุ้มหรอก  เพราะบนโลกนี้ยังมีคนที่รักคุณอีกมาก ไม่ว่า พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อน    แถมยังมีเรื่องให้ค้นหาและน่าจดจำมากมายกว่าเรื่องเศร้าๆ(ถึงแม้จะหนักหนามากมาย) เพียงเรื่องเดียวหรอกครับ 

  ลองถามตัวเองว่าจำทำไม? ดู  ไม่จำเป็นต้องเรื่องรักนะครับได้ทุกเรื่อง  แล้วลองวิเคราะห์ดูว่าทำไมถึงไม่อยากจำ  รับไม่ได้ ปิดใจ หรือว่าละอาย  แล้วเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากมันซะ    อย่ายอมแพ้เพราะแค่เราจำมันได้แล้วเราสู้กับอดีตไม่ไหวครับ  โลกนี้ยังมีอะไรดีๆอีกเยอะ   ขอเป็นกำลังใจให้คนทุกคนนะครับ 

อย่างน้อย.. เคยจำได้  ยังดีกว่าคนที่ไม่ได้จำ... เพระาคนที่จำได้  แสดงว่าเราใส่ใจครับ   อย่างน้อยเราก็สามารถนำสิ่งที่จำมาใช้ได้  ถ้าใจเราแกร่งพอ  สู้ๆ นะฮะ

 

 

ปล.ฝนตก  หนังก็เศร้า(แต่สนุก)   เพลงก็เศร้า  เนอะ  ใครที่เคยมีความัรกคงจะพอเข้าใจอารมณ์คนเพิ่งเลิก... หรืออารมณ์รักครั้งแรกได้ล่ะนะครับ  คงพอจะเข้าใจฟิวที่บอกมา...     จะว่าไป  เหมือนเอนทรี่นี้จะต่อกับเอนทรี่ก่อนหน้าพอดีเลยสิเนี่ย ฮะฮะ 

 

edit @ 12 Jun 2009 18:29:52 by Guitar cafe'

  คนหลายคนอาจจะไม่เชื่อเรื่องนี้นะครับ.. เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนหรอกครับ  สำหรับเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า คนนึงเริ่มที่ร้อย จบลงที่ศูนย์ อีกคนนึงเริ่มที่ศูนย์จบลงที่ร้อย  แต่จริงๆ มันก็เป็นแบบนั้นกันเยอะนะครับ  เพระาชีวิตคนเราไม่เหมือนกันน่ะแหละมันถึงเกิดเรื่องราวมากมายแตกต่างกันไงครับ

   เคยไหมครับที่จะพยายามอะไรอย่างนึงเพื่อให้คนๆนึงหันมาสนใจเราอย่างมากมาย  เคยไหมครับกับใจที่มีอย่างล้นเหลือเพื่อทำทุกอย่างให้คนๆนึงหันมารู้ว่าคุณมีตัวตน      หากคุณเคยรักใครสักคนที่ไม่ได้เริ่มพร้อมกันทั้งสองฝ่ายล่ะก็คงจะเกิดเหตุการณ์ดังที่กล่าวมาอย่างแน่นอน  กับการที่คุณพยายามทำเพื่อคนๆนึงเพียงเพื่อให้เขาหันมาสนใจคุณ    บ้าง    ..................

    คงมีหลายๆคนเคยเห็นคนที่ไปชอบคนที่ไม่ได้เข้ากับตัวเองเลยยยซักนิด  คนที่หน้าตาไม่ดี หุ่นดูไม่ได้ นิสัยอาจจะดูแย่ๆในสายตาของหลายๆคน  แล้วเคยเห็นคนเหล่านั้นพยายามทำตัวให้ดีขึ้น ทำตัวเพื่อใครซักคนกันบ้างไหมล่ะครับ  ในชีวิตผมก็เห็นมีอยู่หลายคนหลายคู่  ที่ฝ่ายชายพยายามก่อน  รักแบบไม่ลืมหูลืมตา เทิดทูน รักแบบรับได้ทุกอย่าง  ขอให้เป็นเขาคนนั้นก็พอ   เขาดีแบบนู้น เขาดีแบบนี้  ไม่มีใครเอาผิดเขาได้เลย หรือไม่ถ้าได้ก็ปล่อยๆไป  ไม่ไมน์อะไรแบบนี้

   หลายๆคนคงคิดล่ะสินะครับว่าคงไม่สมหวังหรอก....   แต่ผิดถนัดครับ  ตื้อและความสม่ำเสมอดังทะเลที่ยังคงความเต็มไว้ได้นั่นล่ะที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามละลายหัวใจมานักต่อนักแล้ว   ด้วยเหตุผลง่ายๆ  "แม้ตอนที่ทุกคนจากไป.. ยังมีคนๆนั้อยู่ตรงนี้ที่เดิมที่มองมา"  พูดง่ายๆคือเป็นคนดีล่ะครับ  เป็นคนดีที่สามารถฟันฝ่ากาลเวลามาได้ทำให้มีคนเห็นคุณค่า(บ้าง)  บางคนอาจจะคิดว่า ก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ จะไปให้ความหวังเขาทำไม..   มีคนเคยตอบมาว่า  เพราะตอนที่เขา "ล้มและเจ็บปวด ไม่มีใครเข้าใจเลย  ก็ยังมีหนึ่งคนที่สม่ำเสมอไม่เคยเปลี่ยน อาจจะไม่ได้เข้าใจ แต่อย่างน้อยพร้อมที่จะรับฟัง"  ครับ  กลายเป็นว่าคนที่มีความพยายามและความจริงใจสัมฤทธิ์ผลไปครับ

 

   ลองคิดดูนะครับ กับบางคนเวลาผ่านไป 6-7 ปี  เพิ่งได้มาคบกัน บางคู่โดนอีกฝ่ายเกลียดหน้า  บางคู่ฝ่ายหนึ่งยอมหลบให้ชาวบ้านช่วยชาวบ้านมาตลอดโดยหวังว่าจะมีคนทำให้อีีกฝ่ายหนึ่งสุขใจก็พอ  มันเป็นเรื่องยากเย็นแค่ไหนกับการที่ต้องฟันฝ่าเรื่องราวต่างๆมามากมาย ทั้งการที่มีคนอื่นเข้ามาทั้งสองฝ่าย  การที่ต้องยอมปล่อยผ่านหลายเรื่องราว ต้องอดทนกับเหตุการณ์ต่างๆ  ที่สำคัญที่สุด...  การรอคอย  กับความหวัง(ลมๆแล้ง) ว่าสักวันเธอคงหันมามอง..   การพยายามืทุกครั้งที่มีโอกาสเพื่อแสดงออกถึงความห่วงใย  แม้บางทีจะยอมโดนดูถูก หรือเหมือนโดนหลอกใช้ก็ตาม

   พอมาวันนึงที่ฝันเป็นจริง... แต่กลับเป็นเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น.. น่าเสียใจนะครับว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น   กลายเป็ฯว่าคนที่เราปิดหูปิดตาชอบมาทั้งใจ.. กับกาลเวลาที่ผ่านไปมันค่อยๆทำให้คนๆนึงโตขึ้น แม้ในสายตาของคุณเขายังเหมือนเดิม  แต่ตัวคุณเอง...ที่โตขึ้นทีละน้อยๆ  จนเริ่มรับรู้อะไรหลายๆอย่างมากขึ้น..  จนบางอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลง.... 

   การที่เริ่มที่ร้อยนั้นก็ยังคงเหลืออยู่เต็มร้อยบ้าง  หรือลดลงไปนิดหน่อย  แต่ความคิดอ่านที่โตขึ้นก็ทำให้เราคนเก่าเปลี่ยนไป  เมื่อถึงเวลาที่บรรลุผลแล้ว การที่ได้อยู่เคียงคู่กัน กลับกลายเป็นว่ารสนิยม ความชอบ หรือนิสัยอาจจะไม่เหมือนกันเลยก็เป็นได้  หรือคนที่ยังยอมๆอยู๋ก็คงพอเหลือบ้าง หรือที่เข้ากันได้อย่างดีเลยก็มี   แต่หากจะจบที่ศูนย์แล้วล่ะก็   คงจะเป็นพวกที่เข้ากันไม่ได้แล้วไม่ปรับหากันเลยมากกว่า...  หรือว่าจะเป็น  พวกที่ปรับเข้าหากันไม่ได้...  หรือพยายามอยู่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นเอง...    จนถึงวันนึง  เมื่อทุนเก่าหมดไป...

 

   เมื่อเวลาผ่านเลยไป คนเราก็เติบโตขึ้นพร้อมความคิดครับ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีงอกเงยขึ้นมาบ้าง  และเมื่อเวลาที่ปัญหามาถึง... หากมันไม่ได้รับการแก้ไขอย่างที่ถูกควรแล้วล่ะก็.. มันจะกลายเป็นผลร้ายอย่างมากสำหรับคนที่มีเพียงทุนเดิมแต่ไร้การเพิ่มเติมของดอกผล   เพราะมันไม่เคยถูกเติมไปเลยหลังจากการใช้งานอย่างไรล่ะ...  แม้มีมากมายอย่างไร แต่ถ้าต้องโถมใช้ทุกวันกับความเลวร้ายของสถานการณ์มันก็คงหมดลงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก..   ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไร  ถ้าหากไม่เปิดใจคุยกันแล้วล่ะก็มันคงจะบานปลายและแก้ไม่ได้ในไม่ช้า  หากไม่มีการยอมรับและเคารพซึ่งกันและกัน...   แต่ในวันนั้น ฝ่ายที่ถูกรัก ณ แรกเริ่ม อาจถูกเติมจนเต็มแล้วด้วยอีกฝ่ายที่กำลังหมดลงไปเรื่อยๆก็เป็นได้..  

 

  ถ้าหากไม่อยากให้เริ่มที่100 จบ ที่ 0 แล้วล่ะก็...  คุยกันเถอะครับ   เปิดใจ รับฟัง ลองใจเขาใจเราเยอะๆหน่อย โยนทิฐิทิ้งไป   คุยกันแบบเปิดอกและเข้าใจ... แต่ถ้ามันทำไม่ได้ผลจริงๆ ก็ต้องเข้าใจครับ อย่ายื้อไว้ ทรมานเปล่าๆ...

  วันนี้ผมคงจะงดเรือ่งหนักๆไว้บ้างเดี๋ยวจะมีคนหาว่าเจ้าของบลอคโรคจิตซะก่อน ฮะฮะ  วันนี้เลยมีเพลงสบายๆหลายๆเพลงมาฝากให้ลองฟังกันดูนะครับ

 

 

 

เพลง : เพียงคำเดียว

    เพลงนี้เป็นเพลงเก่าที่นำมาร้องใหม่นะครับ  จริงๆป้าเบิร์ดร้องไว้ก็มี แต่ผมชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าครับ เป็นเวอร์ชั่นที่ของสุเมธแอนด์เดอะปั๋งครับ  สำหรับแฟนๆของพวกพี่ๆเขาคงน่าจะถูกใจไม่น้อยเลยนะครับ

 

 

 

เพลง : September

   เพลงนี้จริงๆแล้วเป็นเพลงของวงเอิร์ธ วินด์ ไฟร์นะครับ  แต่นำมาทำใหม่ร้องโดย Toki asako เป็นไสตล์  Bossanova เบาๆสบายๆ

 

 

 

  เพลง : Killing me softly with his song

   เป็นเพลงแจซที่ถูกนำมาคัฟเวอร์หลายครั้งหลายรูปแบบมากครับ โดยครั้งนี้จะเป็นวงแจซของญี่ปุ่น ชื่อว่าวง CoCo d'or

 

 

   เพลง :  orange colour sky

     เพลงนี้ก็ยังเป็นเพลงที่นำมาคัฟเวอร์อีกทีครับ  เป็นเพลงของวง Coco d'orครับ

 

 

 

  เพลง : I love you anyway

   เพลงน่ารักจากวงMocca  สัญชาติฟิลิปปินส์นะครับ  วง Mocca นี้ออกมาหลายอัลบั้มแล้วครับ เพลงก็จะเป็นแนวนี้เสียส่วนใหญ่  ใครชอบลองหาฟังกันได้นะครับ

 

 

 

 เพลง  : sweet memories

  เพลงนี้ร้องโดย Olivia ong สาวเสียงดี ถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นชาวเวียดนาม(มั้งนะ)  เพลงนี้ผมชอบที่สุดของเธอแล้วครับ  ด้วยดนตรีและเนื้อหาที่บาดใจในความหมายและอารมณ์  ผมเคยไปหาเนื้อเจอจากบลอคใครหรือที่ไหนสักแห่ง นานมาแล้ว แล้วได้เซฟไว้ เพียงคแค่ตัวเทกซ์  ฉะนั้น  ผมขออนุญาตเอามาลงนะครับ  และขอขอบคุณสำหรับคนแปลไว้ด้วย  ขอโทษจริงๆครับ - -'

   เนื้อเพลงครับ

 

 natsukashii itamidawa
(it's a pain that lied in my memory)

zu utto mae ni wasureteita
(that I did not remember for a long time)

demo anata wo mita toki
(But when I saw you)

jikan dake atomodori shita no
(only the time went backward)

"Shiawaseto?"  kikanaide
(Don't ask me, "happy?" )

us seu so wo tsuku nowa jouzujanai
(I am not good at telling a lie)

tomodachi nara irukedo
(Although I have friends)

an uen na niwa moeagarenakute
(I could not have that much passion)

ushinatta yume dakega
utsukushiku mieru nowa
naze kashira
(I wonder why only the lost dreams look beautiful)

sugisa atta yasashisa mo ima wa
amai kioku
(sweet memories)

Sweet memories

Don't kiss me baby we can never be
So don't add more pain
Please don't hurt me again
I have spent so many nights
Thinking of you longing for your touch
I have once loved you so much

anokoro wa wakasugite
(We were too young back then)

itazura ni kizu tsukeatta futari
(Two of us hurt each other without vain)

iro aseta kanashimi mo ima wa
tooi kioku
(The faded saddness is already a memory of long time ago)

sweet memories

 

 

  เพลง : i want to hold your hand

     เดิมทีเพลงนี้ถ้าใครเคยฟังคงยังจำได้ว่าเป็นเพลงของวงป๊อประดับตำนาน The beatles แต่ในเวอร์ชั่นนี้ถูกนำมาเป็นเพลงโซโล่กีตาร์ล้วนๆ สำหรับคอกีตาร์โดยเฉพาะ ฟังสบายๆ ฟังง่ายๆ ฟังได้หมดครับ ไม่ยากอย่างที่คิด  เพลงนี้เล่นโดย earl klugh ครับ

 

 

สุดท้ายนี่ใครมีเรื่องเครียดๆก็พักผ่อนคลายกับสิ่งที่ชอบครับ  แล้วค่อยกลับไปสู้กับงานกันต่อ ฟังเพลงผ่อนคลายกันไปนะครับวันนี้ โชคดีทุกๆคนครับ